ไอคอนค้นหา Download.it
Advertisement

สภาพแวดล้อมพัฒนาแอปแบบลากวาง เข้าใจง่าย เหมาะเริ่มเรียนเขียนโปรแกรมและต่อยอดเทคโนโลยี NET

สภาพแวดล้อมพัฒนาแอปแบบลากวาง เข้าใจง่าย เหมาะเริ่มเรียนเขียนโปรแกรมและต่อยอดเทคโนโลยี NET

โหวต (4,652 โหวต)

ลิขสิทธิ์ของโปรแกรม ฟรี

นักพัฒนา Microsoft

เวอร์ชั่น 2022.17.5

ทำงานภายใต้ Windows

โหวต

(4,652 โหวต)

นักพัฒนา

Microsoft

ทำงานภายใต้

Windows

ลิขสิทธิ์ของโปรแกรม

ฟรี

เวอร์ชั่น

2022.17.5

Microsoft Visual Basic เป็นสภาพแวดล้อมพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับ Windows ที่เน้นความเรียบง่าย ใช้งานผ่านกราฟิกอินเทอร์เฟซและภาษาที่อิงจาก BASIC ในรูปแบบ .NET ช่วยให้ผู้ใช้สร้างแอปพลิเคชันเดสก์ท็อปได้โดยไม่ต้องเริ่มจากโค้ดล้วนทั้งหมด

ในแง่กลุ่มผู้ใช้ ซอฟต์แวร์นี้เหมาะกับทั้งผู้เริ่มต้นด้านการเขียนโค้ดที่ต้องการจุดเริ่มต้นที่จับต้องได้ และผู้ที่มีพื้นฐานอยู่แล้วแต่ต้องการเครื่องมือที่ช่วยเปลี่ยนผ่านไปสู่ภาษาและเทคโนโลยีที่ซับซ้อนขึ้นในระบบของ Microsoft

แนวคิดหลัก: การเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุบนพื้นฐาน BASIC

หัวใจของ Microsoft Visual Basic คือแนวคิดการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ ผู้พัฒนาจะทำงานกับออบเจ็กต์ที่เก็บทั้งโค้ดและข้อมูลไว้ด้วยกัน ส่วนของโค้ดถูกจัดเป็นขั้นตอนการทำงาน (คล้ายเมธอด) ขณะที่ข้อมูลถูกจัดเป็นฟิลด์หรือคุณสมบัติของออบเจ็กต์นั้น

ภาษาใน Visual Basic มีรากมาจาก BASIC ที่ได้รับการปรับเป็นเวอร์ชัน .NET และในรุ่นใหม่จะผูกกับ BASIC ผ่านเวอร์ชันที่เรียกว่า .NET Core แทนภาษาแบบเก่า แนวทางนี้ช่วยให้รูปแบบคำสั่งค่อนข้างอ่านง่าย ใช้การเขียนโปรแกรมเชิงโครงสร้างเป็นหลัก เช่น การกำหนดเงื่อนไขลำดับเหตุการณ์ด้วยรูปแบบ “ถ้า...แล้ว...” เพื่อระบุว่าระบบควรทำอะไรในกรณีต่าง ๆ

ข้อดีคือ หลายภาษาโปรแกรมที่ใช้มากในปัจจุบันก็อาศัยแนวคิดเชิงวัตถุและโครงสร้างแบบใกล้เคียงกัน ทำให้ Visual Basic กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับคนที่ต้องการทำความเข้าใจหลักการก่อนจะไปต่อยอดยังภาษาอื่น

อินเทอร์เฟซกราฟิกแบบลากวาง ใช้งานง่ายสำหรับมือใหม่

จุดที่โดดเด่นของ Microsoft Visual Basic คืออินเทอร์เฟซการออกแบบแบบภาพ ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากไฟล์โค้ดเปล่า ๆ แต่สามารถสร้าง “ฟอร์ม” แล้วลากองค์ประกอบต่าง ๆ ไปวางได้ทันที เช่น ปุ่ม แถบความคืบหน้า หรือป้ายข้อความ จากนั้นจึงปรับคุณสมบัติและผูกโค้ดให้ทำงานตามที่ต้องการ

ลักษณะลากวางนี้ช่วยให้คนที่ยังไม่มั่นใจว่าจะเริ่มเขียนโค้ดตรงไหน สามารถสร้างโครงหน้าจอและโครงสร้างการทำงานแบบคร่าว ๆ ได้ก่อน แล้วค่อยเติมตรรกะเข้าไปภายหลัง นอกจากนี้ยังสามารถย้ายหรือตกแต่งองค์ประกอบภายในฟอร์มได้อย่างยืดหยุ่น พร้อมค่าพื้นฐานสำหรับแต่ละองค์ประกอบที่ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่แรก ผู้ใช้จึงโฟกัสกับการปรับค่าที่จำเป็นและการเขียนโค้ดส่วนสำคัญได้ง่ายขึ้น

อินเทอร์เฟซเชิงภาพของ Visual Basic รุ่นใหม่ยังรองรับชุดรูปแบบของ Windows ทำให้แอปที่สร้างขึ้นดูกลมกลืนกับระบบ และมอบประสบการณ์ใช้งานที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมเดสก์ท็อปของผู้ใช้

เครื่องมือช่วยเขียนโค้ดและความสามารถด้านเทคนิค

นอกจากหน้าจอออกแบบฟอร์มแล้ว ตัวตัวแก้ไขโค้ดของ Microsoft Visual Basic ยังมาพร้อมระบบช่วยเขียนที่เน้นการประหยัดเวลาให้โปรแกรมเมอร์ ภายในมีองค์ประกอบไวยากรณ์ที่ใช้บ่อยที่สุดราว 400 รายการ ซึ่งช่วยเน้นโค้ดให้เห็นชัด และแนะนำการแก้ไขหรือปรับปรุงบางส่วนได้อย่างสะดวก ช่วยลดความผิดพลาดและทำให้การพิมพ์คำสั่งซ้ำ ๆ ง่ายขึ้น

ในด้านเทคนิค Visual Basic รองรับเทคโนโลยีของ Microsoft ปัจจุบันหลายอย่าง เช่น

- Multithreading สำหรับงานที่ต้องแบ่งการประมวลผลออกเป็นหลายเธรด

- การเชื่อมต่อกับ SQL เพื่อเข้าถึงข้อมูลผ่านส่วนติดต่อกับฐานข้อมูล

- การทำงานร่วมกับMicrosoft .NET Framework Forms และระบบข้อมูล ช่วยให้พัฒนาแอปที่ดึงข้อมูล แสดงผลผ่านฟอร์ม และจัดการข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ

ความผูกพันกับแพลตฟอร์ม .NET ทำให้ Visual Basic สอดคล้องกับเทคโนโลยีของ Microsoft ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในฝั่งองค์กร และช่วยให้คนที่เริ่มจาก VB สามารถทำความเข้าใจโครงสร้างของ .NET ได้เบื้องต้น

ข้อจำกัดด้านแพลตฟอร์มและการย้ายไปภาษาอื่น

จุดที่ต้องพิจารณาคือ โค้ดที่เขียนด้วย Microsoft Visual Basic นั้นจำกัดอยู่ในระบบของ Microsoft ไม่สามารถถ่ายโอนโปรเจ็กต์เดิมไปใช้ตรง ๆ บนแพลตฟอร์มยอดนิยมอื่นได้ แม้จะไม่สามารถยกงานข้ามแพลตฟอร์มได้ทันที แต่ทักษะที่ได้จากการทำงานกับโครงสร้างเชิงวัตถุและคำสั่งเชิงโครงสร้างก็ยังนำไปต่อยอดกับภาษาอื่นได้

ตัว Visual Basic เองยังถูกออกแบบมาให้ช่วยในช่วงเปลี่ยนผ่าน หากคุณเริ่มต้นด้วยภาษาที่ตรงไปตรงมา แล้วต้องการขยับไปสู่ภาษาหรือเทคโนโลยีที่ซับซ้อนกว่าในอนาคต สภาพแวดล้อมนี้ก็รองรับภาษาในสายของ Microsoft ให้เลือกใช้งาน อย่างไรก็ตาม ชุดภาษาที่สามารถใช้ภายใน Visual Basic ถูกจำกัดอยู่ในระบบของ Microsoft เท่านั้น

สมรรถนะและขนาดโปรเจ็กต์ที่เหมาะสม

เมื่อมองในภาพรวม Microsoft Visual Basic ถือเป็นเครื่องมือเขียนโปรแกรมที่ใช้งานง่ายกว่าเครื่องมือระดับสูงหลายตัว แต่ความง่ายนี้ก็มีต้นทุนของมัน ด้านหนึ่งอินเทอร์เฟซแบบลากวางและองค์ประกอบเชิงกราฟิกช่วยให้การออกแบบสะดวกมาก แต่ในอีกด้านหนึ่ง อินเทอร์เฟซแบบนี้ต้องใช้หน่วยความจำและทรัพยากรของระบบไม่น้อย

ผลคือ ผู้ใช้ควรคาดหวังว่าขนาดและขอบเขตของโปรแกรมที่พัฒนาด้วย Visual Basic จะมีข้อจำกัด แม้จะใช้คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง ก็ยังไม่เหมาะกับการสร้างแอปหรือเกมที่มีความซับซ้อนสูง หรือต้องใช้หน่วยความจำและเวลาในการประมวลผลจำนวนมาก ลักษณะของระบบถูกวางให้เน้นความเป็นมิตรกับผู้ใช้มากกว่าการรองรับโปรเจ็กต์ระดับใหญ่ ดังนั้น หากมีแนวคิดโปรเจ็กต์ที่ทะเยอทะยานมาก อาจต้องพิจารณาเครื่องมือพัฒนาอื่นควบคู่กันไป

เวอร์ชัน Windows ที่รองรับ

สำหรับรุ่นปัจจุบันของ Microsoft Visual Basic มีข้อกำหนดสำคัญคือต้องทำงานบน Windows 10 ขณะที่เวอร์ชันเก่ากว่าสามารถใช้งานร่วมกับระบบปฏิบัติการรุ่นก่อนหน้าได้ เช่น Windows Vista ดังนั้นสภาพแวดล้อมของระบบจึงเป็นปัจจัยที่ต้องตรวจสอบก่อนเลือกใช้งาน

ความสัมพันธ์กับ Microsoft Office และ VBA

ควรแยกให้ชัดระหว่างMicrosoft Visual Basic ตัวเต็มกับVisual Basic for Applications (VBA) ที่ฝังอยู่ในชุดโปรแกรม Office

Visual Basic ฉบับเต็มไม่ได้ถูกรวมอยู่ในแผนการสมัครสมาชิกของ Microsoft 365 โดยตรง คุณจึงจะไม่พบชื่อโปรแกรมนี้ถูกระบุอยู่ในแพ็กเกจการสมัคร อย่างไรก็ตาม ภาษาที่มีพื้นฐานเดียวกันนี้ถูกรวมอยู่ในโปรแกรม Office ส่วนใหญ่ในรูปแบบ VBA ซึ่งผู้ใช้ในระบบสมัครสมาชิก Microsoft 365 สามารถเรียกใช้งานได้ในแอปอย่าง PowerPoint, Excel และ Word ทำให้คนที่คุ้นเคยกับ VBA สามารถต่อยอดความรู้มายัง Visual Basic ได้ไม่ยากนัก

ฉบับ Express และความสามารถด้านการเผยแพร่

ในฝั่งของการจัดการโปรเจ็กต์ Microsoft Visual Basic Express เปิดทางให้ผู้พัฒนาสามารถสร้างแอปพลิเคชันสำหรับ Windows และคอมไพล์เป็นไฟล์ปฏิบัติการได้โดยตรง นอกจากนี้ยังรองรับการรวบรวมโปรเจ็กต์ประเภทอื่น ๆ เช่น สกรีนเซฟเวอร์ หรือไลบรารี DLL

ระบบเผยแพร่ภายในถูกออกแบบให้ค่อนข้างครบถ้วนและปรับแต่งได้ ผู้ใช้สามารถกำหนดรูปแบบการจัดแพ็กไฟล์ แล้วส่งออกเพื่ออัปโหลดขึ้นเซิร์ฟเวอร์ FTP โดยตรง หรือจัดเก็บลงพื้นที่ในเครื่องตามต้องการ ช่วยลดภาระงานขั้นตอนท้าย ๆ ของการส่งมอบซอฟต์แวร์

เหมาะกับใครในภาพรวม

เมื่อมองภาพรวม Microsoft Visual Basic เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ

- ผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นเรียนรู้การเขียนโปรแกรมและต้องการสภาพแวดล้อมที่เห็นผลลัพธ์ได้จากการลากวางและการตั้งค่าพื้นฐาน

- ผู้ใช้ที่ต้องการเข้าใจแนวคิดเชิงวัตถุและการเขียนโปรแกรมเชิงโครงสร้างบนแพลตฟอร์มของ Microsoft

- ผู้พัฒนาที่ต้องการสร้างแอปบน Windows ขนาดไม่ใหญ่เกินไป โดยอาศัยการเชื่อมต่อกับ SQL และโครงสร้าง .NET Framework ที่คุ้นเคย

หากเป้าหมายคือการสร้างระบบขนาดใหญ่ แอปที่ต้องการประสิทธิภาพสูงมาก หรือการรองรับหลายแพลตฟอร์ม อาจต้องใช้ Visual Basic เป็นเพียงจุดเริ่มทำความเข้าใจ ก่อนขยับไปใช้เครื่องมืออื่นที่เหมาะกับงานลักษณะนั้นมากกว่า

ข้อดี

  • อินเทอร์เฟซแบบลากวาง ใช้งานง่าย ช่วยให้ผู้เริ่มต้นออกแบบหน้าจอและโครงสร้างโปรแกรมได้อย่างรวดเร็ว
  • รองรับแนวคิดการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุและภาษา BASIC ในรูปแบบ .NET ทำให้ต่อยอดความรู้ไปยังภาษาอื่นได้ง่ายขึ้น
  • มีระบบช่วยเขียนโค้ดที่รวมองค์ประกอบไวยากรณ์ประมาณ 400 รายการ เน้นโค้ดและเสนอการปรับแก้เพื่อประหยัดเวลา
  • ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีของ Microsoft เช่น ชุดรูปแบบ Windows, Multithreading, การเชื่อมต่อกับ SQL และ .NET Framework
  • เวอร์ชัน Express รองรับการคอมไพล์เป็นไฟล์ปฏิบัติการ และเผยแพร่ผ่านเซิร์ฟเวอร์ FTP หรือจัดเก็บลงเครื่องได้สะดวก
  • มีความเชื่อมโยงกับ VBA ในชุด Microsoft Office ช่วยให้ผู้ใช้ Office สามารถต่อยอดมาใช้งาน Visual Basic ตัวเต็มได้

ข้อเสีย

  • โค้ดที่พัฒนาด้วย Visual Basic จำกัดการใช้งานอยู่ในแพลตฟอร์มของ Microsoft ไม่สะดวกสำหรับงานที่ต้องการข้ามไปยังระบบอื่น
  • อินเทอร์เฟซแบบกราฟิกใช้ทรัพยากรค่อนข้างมาก ทำให้ไม่เหมาะกับการสร้างแอปหรือเกมที่ซับซ้อนและต้องใช้หน่วยความจำหรือการประมวลผลสูง
  • เวอร์ชันล่าสุดต้องใช้ Windows 10 ในการทำงาน ผู้ใช้ระบบเก่าอาจต้องพึ่งพาเวอร์ชันก่อนหน้า เช่น Windows Vista
  • ชุดภาษาที่รองรับภายใน Visual Basic จำกัดอยู่ในสายเทคโนโลยีของ Microsoft ทำให้ยากต่อการผสานกับเครื่องมือจากค่ายอื่น